Mazda CX5 Mazda Passion Drive To The New Horizon skyactiv นอร์เวย์ ฟยอร์ด มาสด้า สแกนดิเนเวีย แสงเหนือ แอตเลนติกโรด

ขับ Mazda CX-5 กับเทคโนโลยี SKYACTIV ไปแตะเส้นขอบฟ้าที่ สแกนดิเนเวีย

Home / รีวิวรถยนต์ / ขับ Mazda CX-5 กับเทคโนโลยี SKYACTIV ไปแตะเส้นขอบฟ้าที่ สแกนดิเนเวีย

ที่ผ่านมา Mazda เเสดงให้เห็นถึงจุดยืนของการเดินทางเหมือนกับการพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่ Skyactiv ไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่ นับตั้งแต่ปี 2008 จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกของ Mazda กับคาราวานทดสอบการขับขี่ Mazda BT-50 เส้นทาง กรุงเทพ – กัมพูชา ต่อด้วยการเดินทางเส้นทาง อุดรธานี – เวียงจันทร์ – หลวงพระบาง ในปี 2012 เป็นคาราวานคณะเเรกที่เดินทางเข้าสู่พม่าหลังการเปิดประะเทศในปี 2013

mazda

จากนั้นต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์พิสูจน์ความแกร่งของ Mazda BT-50 PRO บนเส้นทางมองโกเลียในปี 2015 เดินทางเปิดประตูอาเซี่ยนต่อในปี 2016 เเละเปิดประสบการณ์สุดขั่้วโลกกับการทดสอบการขับขี่รถยนต์ Mazda Skyactiv เส้นทางรัสเซียในปีเดียวกัน เเละการเดินทาง Mazda DNA Skyactiv Caravan เปิดเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจอาเซี่ยน เวียดนาม -ลาว-ไทย-พม่า เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา

Mazda

ล่าสุด มาสด้า เซล ประเทศไทย จัดกิจกรรม เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า Mazda Passion Drive To The New Horizon กับทริปทดสอบการขับขี่รถยนต์ Mazda CX-5 โดยสื่อมวลชน 50กว่าชีวิต  ณ ดินแดนสแกนดิเนเวียตั้งแต่วันที่ 17-29 กันยายน 2018 ทริปดังกล่าวแบ่งคณะการเดินทางออกเป็นสองกลุ่ม ในกลุ่ม A ออกเดินทางจากกรุงเทพในวันที่ 17 กันยายน มุ่งสู่ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ เเละปิดทริปที่นอร์เวย์ในวันที่ 29 กันยายน ขณะที่กรุ๊ป B คือคณะเดินทางที่ auto.MThai ได้รับเกียรติเชิญจาก มาสด้า เซล ประเทศไทยเข้าร่วมการเดินทางพิชิตดินแดนขั้วโลกเหนือ นอร์เวย์ – สวีเดน ในครั้งนี้ เเละต่อจากนี้ไปคือบทบันทึกการเดินทางทดสอบรถที่ต้องบอกว่า เป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานที่สุด ทดสอบการขับขี่ระยะทางมากที่สุด เจออุณหภูมิหนาวที่สุด เเละเปิดประสบการณ์สู่โลกกว้างมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 Mazda

วันที่ 1-2   บินลัดฟ้า จากเอเชียสู่ดินแดนสแกนดิเนเวีย
กำหนดการแรกคือการพบปะกันช่วงหัวค่ำของวันที่ 20 กันยายนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่คณะสื่อมวลชนกรุ๊ป B เเละสต๊าฟจากทาง Mazda ออกเดินทางจากกรุงเทพช่วงค่ำคืนที่เพิ่งเข้าวันใหม่สู่จุดหมายปลายทางที่ ออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ระยะการเดินทางเกิน 11ชั่วโมง ของสายการบินไทย เช้าตรู่ของวันที่ 21 ก.ย. สื่อมวลชนจากไทย ยี่สิบกว่าชีวิตตอนนี้ถึงที่หมายท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน เป็นที่เรียบร้อย เวลาที่นอร์เวย์จะช้ากว่าไทย 5ชั่วโมง แต่การเดินทางในวันแรกยังไม่จบ เพราะคณะเดินทางต้องจับเครื่องบินในประเทศสายการบิน สแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ เดินทางขึ้นเหนือต่อไปอีกเกือบสองพัน กม.ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั่นเอง เรียกว่าถึงที่หมายเเต่ยังไม่ใช่จุดหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อไปที่เมือง อัลต้า เมืองสุดท้ายทางตอนเหนือที่มีท่าอากาศยาน เเละจากนั้นทางคณะเดินทางต้องนั่งรถบัสสู่เมือง ฮันนิ่งสวัก ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่เหนือสุดของประเทศนอร์เวย์

 Mazda
ต่่อเครื่องด้วยสายการบิน SAS ในประเทศนอร์เวย์

วิวทิวทัศน์ ภูมิประเทศสองข้างทางเมื่อเดินทางจากเมือง อัลต้า สู่ ฮันนิ่งสวัก จะขอพูดถึงตอนช่วงทำการทดสอบรถน่าจะดีกว่า (เล่าหมดเดี๋ยวหมดมุก) ช่วงเย็นของวันนั้นในที่สุดคณะสื่อมวลชนจากไทยก็ใช้เวลาเดินทางมากเกิน 24ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงเมือง ฮันนิ่งสวัก พร้อมพบปะกับคณะสื่อมวลชนกรุ๊ป A ที่เดินทางมาถึงคล้อยหลังกรุ๊ป B ไม่นาน เพื่อร่วมงานเลี้้ยงอาหารค่ำ ก่อนที่วันรุ่งขึ้น กรุ๊ป A จะเดินทางโดยรถบัสไปสนามบินเมือง อัลต้า เเละเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานออสโล เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย เรียกว่าทั้ง 2กรุ๊ปสับไม้เปลี่ยนมือกันที่เมืองแห่งนี้ ภารกิจของกรุ๊ป A เสร็จสิ้นลงเเล้ว แต่ของกรุ๊ป B การเดินทางแบบขับรถจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่แค่วันเเรกของการเดินทางก็มีไฮไลท์ให้เป็นที่น่าจดจำซะเเล้ว เพราะในโปรแกรมการเดินทางระบุไว้ว่าหลังมื้ออาหารค่ำทีโรงแรม ทาง Mazda จะพาผู้สื้อข่าวทั้งสองกรุ๊ปขึ้นรถบัสไปที่แหลมเหนือ หรือ Nordkapp (North cape) เพื่อชมพระอาทิตยืเที่ยงคืนเเละล่าเเสงเหนือกัน

บรรยากาศเงียบสงบที่ท่าเรือเมือง ฮันนิ่งสวัก
แสงเหนือ
เเสงเหนือที่เกือบจะทำใจไม่เจอเเล้ว สุดท้ายก็เจอจนได้

ระยะทางสามสิบกว่ากิโลเมตรจากโรงแรมสู่แหลมเหนือ ไกด์นำเที่ยวชาวไทยพยายามป้อนข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ๆ เรากำลังมุ่งหน้าไปพร้อมกับคำบอกเล่าถึงโอกาสที่จะได้เจอแสงเหนือในคืนนี้มีน้อยมาก เพราะก่อนหน้านี้ช่วงกลางวันมีฝนตกลงมาเเละคืนนี้มีเมฆมาก ไกด์พยายามบอกให้คณะเดินทางอย่าคาดหวังมากกับการล่าเเสงเหนือ แต่เมื่อไปถึง ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเพราะเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งที่พบบนท้องฟ้าคือเเสงออร่าสีเขียวน้อยใหญ่ ปลิวบิดตัวเปลี่ยนรูปทรงไปต่างๆ นาน เป็นจุดๆ บนท้องฟ้า เมื่อเห็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่หาดูได้ยากแบบนี้งานนี้เรียกว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็หายไปปลิดทิ้งนี่คือเรื่องราวทั้งหมดแบบคร่าวๆ ของการเดินทางในวันแรกที่ใช้เวลากว่าเกิน 24 ชั่วโมงแน่นอน จากกรุงเทพ – ออสโล – อัลต้า – ฮันนิ่งสวัก แต่คุ้มค่าในการมาเยือน

Mazda
Mazda CX-5 สเป็คเดนมาร์กรถที่ใช้ในการทริปหน้าตาเหมือนสเป็คที่ขายในไทยทุกอย่าง

วันที่ 3  จาก ฮอนนิ่งสวัก ถึง ทรอมโซ่ เมืองใหญ่อันดับสองของนอร์เวย์
การเดินทางในวันแรกของคณะผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยยี่สิบกว่าชีวิตเเละรถยนต์ Mazda CX-5 ทั้งหมด 10คัน ร่วมกับ คุณชาญชัย ตระการอุดมสุขประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เเละคุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สต๊าฟจาก Mazda เเละทีมงาน Transasia Route พร้อมออกแบบทางสู่รูทแรก ต้องอธิบายก่อนว่า การเดินทางในทริปนี้ทั้งหมดของเราคือการขับจากเหนือลงใต้ ของประเทศนอร์เวย์สู่จุดหมายปลายทางที่เมืองหลวงออสโล โดยเเต่ละวัันจะขับรถเเละหยุดพักพร้อมออกเดินทางใหม่ในวันรุ่งขึ้น รถยนต์ที่ใช้ในการเดินทางในครั้งนี้คือรถ Mazda CX-5 สเป็กขายในเดนมาร์ก ซึ่งสเป็กเดนมาร์กหน้าตารูปลักษณ์ไดเมนชั่นรถเหมือนกับ Mazda CX-5 สเป็กขายในไทยแทบทุกอย่างรวมถึงขุมกำลังขนาดเครื่องยนต์ แตกต่างกันเพียงฟังก์ชั่นการทำงานบางอย่างที่เดนมาร์กมี แต่บ้านเราไม่มี อย่างเช่น พวงมาลัยสลับจากฝั่งขวามาฝั่งซ้าย เครื่องทำความร้อนเบาะนั่ง พวงมาลัย ซึ่งก็นับเป็นพังก์ชั่นความสะดวกสบายที่มีประโยชน์อย่างมากกับการขับรถในเมืองหนาว เเต่ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดกัับสเป็คขายในไทย

Mazda
เตรียมออกเดินทางเช้าวันแรกทีี่ฮันนิ่งสวัก

มาดูกันที่รายละเอียดของ รถยนต์ Mazda CX-5 กันสักหน่อยกับรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.2 ลิตร 175แรงม้า แรงบิดสูง 420 นิวตัน-เมตร (รถ Mazda CX-5 ทั้ง 10คัน ที่ใช้เดินทางเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลทุกคัน) เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อโลกการสื่อสารด้วย MZD CONNECT พร้อมหน้าจอดีไซน์ใหม่ และระบบความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE ที่ครบครันยิ่งขึ้น เติมเต็มความสปอร์ตพรีเมี่ยมสไตล์ยุโรป

Mazda
ถนนเลนสวนที่แคบเเละเล็ก ไม่มีเส้นเเบ่งเลน ในนอร์เวย์
Mazda
บรรยากาศสองข้างทาง ภูมิประเทศทางตอนเหนือของนอร์เวย์

ตลอดสองข้างทางจากเมือง ฮันนิ่งสวัก ขับลงทางทิศใต้ ทิวทัศน์สองข้างทางส่วนใหญ่ที่พบเห็นคือที่ราบเนินเขา สลับกับภูเขาหิน เเละแอ่งน้ำ ทะเล ทะเลสาบน้อยใหญ่ บริเวณเนินเขาจะเห็นฝูงกวางจำนวนมากออกหากินบนเนินเขาหลายตัว ไม่เเปลกใจที่มีป้ายสัญลักษณ์รูปกวาง ที่ต้องการสื่อให้คนใช้รถเห็นเป็นระยะบ่อยครั้งสองข้างทาง ช่วงที่สองข้างทางเป็นป่าเป็นธรรมชาติใบไม้ในช่วงนี้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง จามฤดูใบไม่ร่วงกันเเล้ว เรียกว่าเป็นทัศนียภาพที่สวยมากจนคนขับต้องแอบอิจฉาคนนั่งโดยสารเพราะมีเวลาถ่ายรูปเต็มๆ ลืมบอกไปว่า Mazda CX- 5 หนึ่งคันจะมีสื่อมวลชนโดยสารคันละ 2 หรือ 3 ท่าน ใครจะขับก่อนขับหลังก็ตามแต่จะตกลงกันเองในแต่ละคัน

Mazda

Mazda

ระยะทางในการขับวันแรกเบาๆ ที่ตัวเลข 520 กม. ถ้าเป็นในประเทศไทย สี่ห้าชั่วโมงก็ถึงเเล้ว แต่การขับรถในประเทศแถบยุโรปอย่างสแกนดิเนเวียที่นี่เขาเคร่งวินัยจราจรกันอย่างมาก หากใครทำผิดกฏจราจรเช่นขับรถเกิดความเร็วที่กำหนดไว้ มีโทษปรับตามอัตราเร็วที่ขับเกิน เกินน้อยก็ปรับหลักพัน มากหน่อยไปปรับสูงขึ้นไปจนถึงหลักหม่ื่นกันเลยทีเดียว ฉะนั้นการขับรถในย่านนี้หากเห็นป้ายจำกัดความเร็วเท่าไหร่ ควรขับตามที่กฏหมายกำหนด อุปสรรคในการขับรถที่นี่สำหรับคนไทยนอกจากการจำกัดความเร็วเเล้วคือ ถนนทางหลวงเเคบแบบเลนสวน บางช่วง(หลายช่วง) ถนนไม่มีเส้นเเบ่งเลนให้ต้องกะเอาเอง ด้วยความทีคนไทยขับพวงมาลัยขวาจนชิน พอเปลี่ยนมาขับพวงมาลัยซ้าย การกะตำแหน่งรถขณะวิ่งบนถนนดูจะฝืนๆ เกรงๆ กันสักหน่อย อีกหนึ่งอุปสรรคของการขับขี่ในวันแรกคือฝน เรียกได้ว่าตลอดการขับทั้งวันเจอฝนที่ทั้งตกหนัก ตกเบาเฉลี่ย 70% ในการขับวันแรก

Mazda
ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีมีให้เห็นตลอดสองข้างทาง

วันที่ 4 นอร์เวย์ สู่สวีเดน แอบมีเซอร์ไพร์สเล็กๆ ระหว่างทาง
การเดินทางด้วยรถยนต์(วันที่2) เเละเป็นวันที่ 4 ของการเดินทาง ระยะทางในวันนี้ 663 กม. จากทรอมโซ่ สู่เมือง ลูเลีย ประเทศสวีเดน เจอแบบนี้ใครคนอาจจะงงว่า เเล้วทำไมต้องขับลงมาทางสวีเดนด้วยล่ะ? อยู่นอร์เวย์ทำไมไม่ใช้เส้นทางภายในประเทศ คำตอบคือ ประเทศนอร์เวย์มีประเทศที่มีพื้นแผ่นดินจริงๆ น้อยมาก 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศหากลองซูมอินขยายแผนที่โลกดูจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ทางแถบตะวันตกของนอร์เวย์เป็นแผ่นดินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นแอ่ง เป็็นแก่ง จำนวนมาก ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์จากเหนือลงใต้ หรือใต้ขึ้นเหนือ ไม่สะดวก เพราะต้องต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฝากบ่อย ชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่หากต้องเดินทางไกลในประเทศจะนิยมการเดินทางโดยเครื่องบินมากกว่า เหมือนวันแรกที่คณะเดินทางของเราเดินทางจากออสโล ขึ้นเหนือไปเมืองอัลต้า หรือหากใครที่ต้องการขับรถในการเดินทางจริงๆ ชาวนอร์เวย์จะใช้เส้นทางเลี่ยงมาทางสวีเดน เพราะเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นแผ่นดินมากกว่านอร์เวย์

Mazda
บรรยากาศยามเช้าในเมือง ทรอมโซ่

ด้วยเหตุนีี้วันนี้เราจึงเลี่ยงการเดินทางในช่วงภาคกลางที่เต็มไปด้วยแก่ง เเหลม ทะเลสาบในนอร์เวย์เพื่อเข้าไปใช้เส้นทางถนนในสวีเดน เเละก็ไม่ต่างจากเมื่อวานที่ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้าก่อนออกเดินทางจากทรอมโซ่ เรียกว่าขับไปทางไหนก็เจอฝนตกลงมาเป็นเพื่อนตลอดการเดินทางในวันนี้ ขอย้อนกลับไปเมื่อวานหลังจากที่เดินทางมาถึงทรอมโซ่เวลาราวๆ สองทุ่มตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความที่ ทรอมโซ่เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากออสโล ไม่น่าแปลกใจที่พอคณะคาราวาน Mazda CX- 5 ขับรถเข้ามาในเมือง จะพบเจอตึก อาคาร ห้างร้าน ผู้คนเดินกันขวักไขว่ การขับรถในนอร์เวย์เขาจะให้ความสำคัญกับคนเดินถนน คนข้ามถนนมาก เรียกว่าหากคุณขับรถในย่านชุมชน หรือเจอทางม้าลายเเละมีคนรอข้าม คุณต้องจอดรถทุกครั้งเพื่อให้คนข้ามถนนไปก่อน ไม่ควรขับฝ่าทางม้าลายไปก่อนที่คนจะได้ข้าม ถามว่าผิดกฏหมายหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ผิดกฏหมาย แต่เป็นสามัญสำนึกในการขับรถที่นอร์เวย์ ทุกครั้งที่เห็นคนยืนข้ามถนนหรือคนเดินทางกำลังจะข้ามถนนต้องจอดรถทุกครั้ง

Mazda
มาโผล่ตะเข็บชายแดดฟินแลนด์แบบเหนือความคาดหมาย
กวางออกหากินริมถนน ต้องขับรถด้วยความระมัดระวังสูง

ตามที่จั่วหัวไว้ว่ามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ระหว่างทาง ก็ไม่มีอะไรมาก ทีมงาน Transasia พาเราออกนอกเส้นจากนอร์เวย์ เเฉลบเข้าฟินเเลนด์ที่ถือว่าเป็นเส้นทางนอกโปรแกรม วิ่งตามตะเข็บชายแดนฟินเเลนด์ถือเป็นโบนัสที่ได้มาเยือนประเทศทางแถบบสแกนอยู่เพิ่มอีกประเทศไม่ไกลจากนั้นตัดเข้าสู่ถนนที่พาเรามุ่งหน้าสู่เมือง ลูเลีย สวีเดน ระหว่างการเดินทางในช่วงเย็นพบกับฝูงกวางเรนเดียร์ที่ออกมาหากินหญ้าตามป่าริมถนน ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เราต้องขับด้วยความระมัดระวัง เพราะจากวันแรกจนถึงวันนี้เราพบเจอป้ายสัญญาณเตือนรูปกวางริมถนนบ่อยมาก

วันที่ 5 จากลูเลีย วิ่งกลับนอร์เวย์ แบบตียาวระยะไกลที่สุดของทริป
ระยะทางสำหรับการเดินทางในวันนี้อยู่ที่ 900 กม. นั่นหมายความว่า การเดินทางในวันนี้เราต้องออกจากโรงแรมที่ลูเลียเช้ากว่าปกติเพื่อวิ่งลงใต้ของสวีเดน จากนั้นเบนเข็มไปทางทิศตะวันตกมุ่งหน้าสูนอร์เวย์ จุดหมายของวันนี้อยู่ที่เมือง ทรอนด์ไฮม์ ช่วงเช้าของวันนี้เเดดแรงมาก เป็นแดดแรกที่เราเจอนับตั้งแต่เดินทางมาถึงแถบสแกนดิเนเวีย เเละเป็นแดดที่อยู่คู่กับการเดินทางเรียกว่าเกือบตลอดทั้งวัน นับตั้งแต่มาถึงวันเเรกจนถึงครึ่งทางของทริป สิ่งที่เห็นบ่อยยิ่งกว่าป้ายระวังกวาง คือท่อเรียวเล็กสีส้ม มีเเถบสีขาวประมาณหนึ่งคืบตรงกลาง สูงประมาณ เกือบ 2เมตร ปักอยู่ริมถนน แทบตลอดเส้นทางที่ขับมาจาก นอรืเวย์ ฟินเเลนด์ สวีเดน ซึ่งเจ้าไม้ที่ปักเรียงรายสองข้างทาง ความถี่ห่างกันประมาณ 10 เมตรเหล่านี้คือ ไม้ที่ปักไว้เวลาที่หิมะตกหนัก เพื่อเเสดงให้คนขับขี่ทราบถึงตำแหน่งไหล่ทางของถนน ส่วนเเถบสีขาวที่อยู่ตรงกลางนั่นเเสดงให้เห็นถึงหากความสูงของหิมะที่ตก เกินสีขาวตรงกลางเพื่อให้เวลาขับกลางคืนสีขาวจะสะท้อนกับไฟหน้ารถได้ดี

ไม้สีแดงปักริมถนน เตรียมไว้หากหิมะตกหนักให้คนขับได้เห็นไหล่ทาง
รูปเด็กผู้หญิงซีกขวาเบลอ มีให้เห็นตลอดทาง

อีกสิ่งหนึ่งที่พบเจอจนเริ่มเคยชินกับมันเเล้วคือป้ายคัตเอ้าท์ขนาดใหญ่กว่ากระดาษไซส์ A1 พิมพ์รูปใบหน้าของผู้หญิงที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งชัดอีกครึ่งหนึ่งเบลอ เจ้าสิ่งนี้ปักอยู่มากตามท้องถนนที่เป็นถนนไฮเวย์ในนอร์เวย์ มีไว้เพื่อเตือนสติคนขับรถให้หันมอง หากเห็นใบหน้าซีกหนึ่งชัดตามรูปเเสดงว่าคุณไม่มีอาการง่วงนอนหรือไม่ได้ขับด้วยความเร็วเกินกว่ากำหนด แต่หากขับเเล้ว เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ปักไว้เบลอทั้งสองซีก คุณควรชะลอความเร็วหรือจอดเเวะพักหากมีอาการง่วงขณะขับ

Mazda

อีกหนึ่งสิ่งที่อยากแนะนำสำหรับการขับรถเป็นคาราวาน เมื่อความเร็วถูกกำหนดให้ใช้จำกัดใน Mazda CX- 5  มีโหมดการขับขี่ Mazda Radar Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า เเละเมื่อรถคันหน้าชอละความเร็วลง ระบบจปรับลดความเร็วลงตามความเร็วของรถคันหน้าเเละรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่สามารถปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้จากสวิตช์ที่พวงมาลัย ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยเบาเเรงผู้ขับขี่ในการขับระยะไกลด้วยความเร็วคงที่ได้มากเหมือนกับการขับทางไกลในวันนี้

วันที่ 6 มุ่งสู่แอตเเลนติกโรด ถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยเเละอันตรายที่สุดในโลก
แอตเลนติกโรดคือถนนที่คดเคี้ยวลัดเลาะทะเลฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์ ด้วยระยะทางประมาณ 8 กม. เป็นถนนเเละสะพานที่เชื่อมข้ามเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นถนนที่สวยงามติดอันดับโลก เช่นเดียวกันหากในช่วงที่มีพายุหรือมรสุม แอตเเลนติกโรดก็ถือเป็นถนนเส้นที่มีความอันตรายที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน เนื่องจากจะมีคลื่นทะเลขนาดใหญ่ซัดเข้ามาที่ถนนหากเป็นคลื่นขนาดใหญ่เเละแรงอาจซัดให้รถตกถนนได้ แต่ช่วงที่คณะ Mazda Skyactiv เราสัญจรบนเส้นทางดังกล่าว แม้จะมีสายฝนเเละลมแรงแต่ก็ไม่มีคลื่นทะเลมาให้เราได้หวาดเสียวขณะขับแต่อย่างใด จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของการเดินทางทริป Mazda Passion Drive To The New Horizon ด้วยเช่นกัน เรียกว่าเป็นพระเอกพอๆ กับการล่าเเสงเหนือเลยก็ว่าได้

แอตเเลนติกโรด ถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยเเละอันตรายที่สุดในโลก
บรรยากาศขณะรอเรือข้ามฝั่ง ที่ท่าเรือเฟอร์รี่
การเดินทางในนอร์เวย์ นิยมใช้เรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่ง เพราะประหยัดเวลามากกว่า

ระยะเดินทางในวันนี้ที่ 580 กม, แต่ด้วยการเดินทางด้วยรถยนต์ในประเทศนอร์เวย์ตามที่กล่าวไปตอนต้นถึงภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเกาะ แก่ง ทำให้ต้องนำรถลงเรือเฟอรร์รี่บ่อยมาก ในแต่ละครั้งที่นำรถขึ้นเรือข้ามฟากจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เรือเฟอร์รี่หนึ่งลำสามารถบรรทุกรถยนต์ได้ประมาณ 40-50 คันต่อเที่ยวเลยทีเดียว ด้วยการเดินทางรถสลับเรือเเละเจอฝนตกแบบนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้การเดินทางสู่จุดหมายเมือง ไลเเคงเกอร์ เมืองพักตากอากาศชื่อดังก็เล่นเอาคณะเดินทาง Mazda Skyactiv ถึงที่หมายดึกเกินกว่าเวลาที่กำหนดพอประมาณสำหรับการเดินทางในวันนี้

วันที่ 7 ชมความงามเเห่งฟยอร์ดก่อนมุ่งหน้าสู่เบอร์เก้น
ใครที่มีโอกาสได้มา นอร์เวย์ ยังไงก็ต้องได้ยินคำวว่า ฟยอร์ด ลอยเข้าหูทั้งแบบตั้งใจเเละไม่ตั้งใจจนอาจติดใจสงสัยได้ว่า ฟยอร์ด มันคืออะไร ที่จริงเเล้วมันพื้นแผ่นดิน แต่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จนเกิดเป็น เกาะ แก่ง แหลม ต่างๆ ที่มีทะเลไหลผ่าน เเละนี่คือไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างของการเดินทางในครั้งนี้ต่อจาก ล่าเเสงเหนือเเละแอตเเลนติกโรด นั่นคือการร่องเรือชมความงามของ ฟยอร์ด ด้วยระยะทาง 95 กม. รวมไปกลับ ที่เมือง โฟล์ม

ล่องเรือชมฟยอร์ด ที่มีเป็นจำนวนมากที่นอร์เวย์

ทิวทัศน์น้ำตกข้างทางดูจะเป็นเรื่องปกติไปซะเเล้วที่นอร์เวย์

นอกจากความงามของเกาะ แก่งเเล้ว สองข้างทางระหว่างล่องเรือ เราได้เห็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากยอดเขา ตกลงสู่ทะเลเบื้องล่างเป็นจำนวนมาก น้ำตกเหล่านี้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติบ้าง บางจุดเป็นน้ำตกที่เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาจนไหลตกลงมาด้านล่าง ระยะทางการขับขี่วันนี้ไม่ไกลมาก แค่ 260 กม. เท่านั้น ถือเป็นวันพักผ่อนของคณะเดินทาง Mazda Skyactiv หลังจากที่หลายวันที่ผ่านมาใช้เวลาในการขับรถหลาายชั่วโมง วันนี้จึงเป็นวันเดินทางที่ชิลที่สุดเเละใกล้ที่สุด ระยะทางขับรถรวมระยะทางบนเรือล่องผ่านฟยอร์ด เต็มที่ก็แค่ สามร้อยกว่ากม. เท่านั้น

อุโมงค์ที่นอร์เวย์มีนับพันแห่ง

การขับรถเดินทางบนท้องถนนในนอร์เวย์อีกสิ่งหนึ่งที่เราพบเห็นเป็นประจำ(อีกเเล้ว) นั่นคืออุโมงค์ ที่นอร์เวย์ มีการขุดอุโมงค์เพื่อทำทางเยอะมาก ได้ยินมาคร่าวๆ ว่าที่ประเทสแห่งนี้มีอุโมงค์อยู่เป็นพันๆ เเห่ง บางแห่งขุดลึกลงไปใต้น้ำเลยก็มี บางแห่งมีระยะทางสั้นไม่กี่เมตร อุโมงค์บางแห่งมีความยาวหลายสิบกม. เรียกได้ว่าหากคุณเลือกขับรถท่องเที่ยวในนอร์เวย์ยังไงคุณก็ไม่มีทางเลี่ยงการขับลอดอุโมงค์ได้ เเละแต่ละอุโมงค์จะมีชื่อเรียกเพื่อง่ายในการค้นหาเเละจดจำ

วันที่ 8 ฝ่าพายุหิมะ สู่เมืองหลวงออสโล
คืนก่อนหน้านี้ทางคณะสื่อมวลชน Mazda Skyactiv ได้เเวะพักที่เมืองเบอร์เก้น ที่ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับสามในนอร์เวย์เเละมีเวลาเดินเลานในเมืองช่วงเล็กเล็กน้อยเพราะระยะทางเมื่อวานไม่มากตามที่กล่าวไป เช้าวันที่ 8 ของการเดินทางวันนี้ต้องขับรถระยะทาง 460 กม. ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่เมืองหลวงออสโล เส้นทางวันนี้เเม้ระยะทางไม่ไกลมาก แต่ก็ถือว่าเป็นอีกไฮไลทของการเดินทางที่ธรรมชาติได้จัดให้กับคณะเดินทางนั่นคือ ช่วงหนึ่งร้อยกม. แรกของการเดินทางเป็นช่วงที่ต้องขึ้นเขา อากาศในตอนนั้นแห้งเเละหนาวมากจู่ๆ กลับมีหิมะตกลงมาตอนแรกก็ตกลงมาแค่โปรยปรายพองาม แต่เมื่อสังเกตรถที่วิ่งสวนมากระจังหน้ามีหิมะติดหนามากทำให้เราพอคาดเดาได้ว่าทางข้างหน้าคงมีหิมะตกลงมาอย่างหนักแน่ๆ

หิมะตกหนักแค่ไหน ดูสภาพได้ที่กระจังหน้ารถ
การขับรถบนสภาพพื้นผิวถนนที่มีหิมะ ต้องใช้ความเร็วต่ำเท่านั้น

เเละก็เป็นอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ หิมะเริ่มตกลงมาอย่างหนักเเละหนาขึ้นเรื่อยๆ สภาพภูมิประเทศตอนนี้เริ่มขาวโพลนไปด้วยหิมะ ถนนถูกปกคลุมไปด้วยความลื่นของหิมะ แต่ยังไม่ถึงขั้นอันตรายแบบเเบล็คไอซ์ แต่ด้วยสมรรถนะการขับขี่ของ Mazda CX-5 ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแม้จะขับบนสภาพพื้นลื่นด้วยหิมะรถก็ยังสามารถทรงบนตัวขับอยู่บนถนนได้ แต่ผู้ขับขี่ต้องขับด้วยความเร็วต่ำมากๆ ประมาณ 30 กม/ชม. เท่านั้นเนื่องจากยางที่ใช้เป็นแบบยางปกติทั่วไป ไม่ใช่ยางที่ใช้ขับขี่บนพื้นที่เป็นหิมะ และต้องขับตามไลน์ของรถคันหน้าเเละใช้เกียร์ต่ำ คณะสื่อมวลชน Mazda Skyactiv ต้องขับด้วยความเร็วประมาณดังกล่าวไปอีกราวๆ ชั่วโมงกว่า จึงจะถึงที่พักทานอาหารกลางวัน เรียกว่าจากระยะทางที่ดูเหมือนไม่มากในวันสุดท้ายกลับใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้มาเรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่สุดคุ้มกับการขับรถบนสภาพภูมิประเทศที่มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก หลังจากพักทานอาหารมื้อเที่ยงคล้ำหิมะที่ตกลง ไม่นานนักหลังจากที่คาราวานขับรถออกมาได้สักพักภูมิประเทศเริ่มลงจากเขา หิมะก็หยุดสภาพอากาศกลับคืนสู่ปกติ คณะสื่อมวลชนพร้อมขับด้วยความเร็วปกติสู่ออสโล

เเละเเล้วทริป Mazda Passion Drive To The New Horizon ก็ได้เดินทางมาถึงวันที่ 9 วันสุดท้ายของการเดินทางเเละเตรียมตัวกลับกรุงเทพช่วงบ่ายตามเวลาท้องถื่นนอร์เวย์ หลังจากวันแรกที่เดินทางมาถึงออสโล เเละต้องต่อเครื่องขึ้นไปทางเหนือสู่เมืองอัลต้า เเละนั่งรถบัสต่อขึ้นไปที่เมืองฮันนิ่งสวักเพื่อล่าเเสงเหนือ จากนั้นเป็นการเปิดฉากทริปด้วยการขับจากภาคเหนือลงมาทางใต้ของประเทศ ผ่านประเทศ ฟินเเลนด์ สวีเดน ก่อนจะกลับเข้านอร์เวย์ ผ่านภูมิประเทศที่ต้องใช้คำว่าธรรมชาติสวยทั้งประเทศตลอดสองข้างทาง ทะเลสาบ แอ่งน้ำ แก่ง แหลม ภูเขา น้ำตก ฟยอร์ดที่มีให้เห็นตลอดทาง ภูเขาที่ปลายยอดปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศที่หนาวเย็นตลอดการเดินทาง หิมะที่ตกในวันสุดท้ายของการเดินทาง เหล่านี้คือการเปิดประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ Mazda ประเทศไทยทำในสิ่งที่เหลือเชื่อ  ให้กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้เพราะการเดินทางที่สมบุกสมบันแบบนี้ ชาวนอร์เวย์เองยังมีน้อยคนมากที่เคยมีประสบการณ์ขับรถจากเหนือสุดของประเทศลงมาออสโล ทั้งนี้ก็มาจากสมรรถนะการขับขี่เเละเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมของ Mazda CX-5 ที่ทำให้คณะสื่อมวลชนเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ขอขอบคุณ มาสด้า เซล (ประเทศไทย) จำกัดที่ให้เกียรติเชิญทีมงาน auto.MThai ได้ร่วมทริป  Mazda Passion Drive To The New Horizon ที่ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์การเดินทางของ Mazda ขอบคุณทีมงาน Mazda ทุกท่านที่คอยอำนวยความสะดวกทุกอย่างตลอดการเดินทาง