all-new Camry Toyota Camry นิว คัมรี่ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด

ทดสอบการขับขี่ All New Camry สปอร์ตซีดานหรู เทคโนโลยีมากขึ้น ประหยัดมากขึ้น!!

Home / รีวิวรถยนต์ / ทดสอบการขับขี่ All New Camry สปอร์ตซีดานหรู เทคโนโลยีมากขึ้น ประหยัดมากขึ้น!!

ในตลาดรถยนต์ซีดานหรูขนาดกลางหากจะกล่าวว่า Toyota Camry คือรถยนต์ลำดับต้นๆ ในบ้านเราที่ใครหลายๆ คนจะนึกถึงก่อนเป็นอันดับต้นๆ ก็ไม่ผิดมากนัก ล่าสุด Toyota Camry โมเดล2018 (เจนฯ6) กลับมาเขย่าบัลลังก์รถยนต์หรูอีกครั้ง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกรอบคัน ไปจนถึงภายในห้องโดยสาร เครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มแชสซีใหม่ ช่วงล่างใหม่ เกียร์ใหม่ แบตเตอรี่ระบบไฮบริดลูกใหม่ ระบบเทคโนโลยีการขับขี่เเละอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายใหม่ เเละครั้งนี้ Toyota ส่ง All New Camry ให้คนไทยได้เลือกใช้ถึง 4 รุ่นได้แก่ รุ่นระบบไฮบริด 2.5 HV Premium, 2.5HV และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5G เเละ 2.0G ทั้งสี่รุ่นขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติทั้งหมด

All New Camry

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมทดสอบการขับขี่ All New Camry ขึ้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์งานนี้เป็นการปิดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ให้สื่อมวลชนได้ทดสอบการขับขี่ในรูปแบบ On Track ในสนามแข่งเเละ On Road โดยทีมงาน auto.MThai ได้รับเกียรติจากโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทยเชิญเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยกิจกรรมในช่วงเช้าจะได้ขับในแบบ On Road ก่อนจากนั้นค่อยจัดเต็มในสนามแบบ On Track

All New Camry

แต่ก่อนที่จะสัมผัสสมรรถนะการขับขี่เรามาดูการเปลี่ยนแปลงที่รูปโฉมใหม่กันก่อน ต้องบอกว่าการมาในครั้งนี้ของ All New Camry หน้าตาให้อารมณ์แบบสปอร์ตจัดเต็มมากขึ้นหากเทียบกับรุ่นเจนฯ เก่าที่ผ่านมา ขนาดของรถใหญ่กว่าเดิมด้วยความยาว  4,885มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,445 มม. ระยะฐานล้อ  2,825 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่ามีเพียงขนาดความสูงของ All New Camry โมเดล2018 จะต่ำลงกว่ารุ่นก่อน 25 มม. ไฟหน้า, ไฟเลี่้ยว, ไฟท้าย, ไฟตัดหมอกเป็นไฟ LEDทั้งหมด เพิ่มเติมด้วยไฟ DRL ที่ไฟหน้า ล้ออัลลอย 17นิ้ว กระจังหน้าใหม่แบบสปอร์ตโฉบเฉี่ยวที่น่าจะโดนใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นได้ไม่ยาก ตรงกลางเป็นโลโก้ Toyota พร้อมกับเล่นขอบสีฟ้าแสดงให้เห็นถึงรุ่นระบบไฮบริด เเละป้ายโครเมี่ยม HYBRID ที่ด้านข้างเเละด้านท้าย (รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5G, 2.0Gไม่มีขอบฟ้าที่โลโก้เเละป้ายโครเมี่ยม)

All New Camry

ภายในห้องโดยสารยังคงดีไซน์สปอร์ตเเละุหรูหราให้สอดคล้องกับภายนอกเริ่มจากคอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยลาย Hybrid Onyx โทนสีที่ใช้ตกแต่งเป็นสีดำ เบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีดำ เเละสีเบจเป็นตัวเลือก เบาะคู่หน้าไฟฟ้า ปรับได้ 8 ทิศทาง, ปุ่ม Push Start พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นเเละ Paddle Shift ,หน้าปัดเรือนไมล์เเสดงมาตรวัดแบบดิจิตัล เเละกราฟฟิกเเสดงสถานะการขับขี่รถ, จอทัชสกรีนคอนโซลกลางขนาด 8นิ้ว, ระบบควบคุมอุณหภูมิ 3 โซน เกียร์E-CVT สามารถปรับโหมดการขับขี่ S เเละปุ่ม Hold (Auto Break Hold) เเละเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)  ไฮไลท์ภายในห้องโดยสารของ All New Camry คือ ระบบเครื่องเสียง JBL ที่ Toyota เอาใจคนรักเสียงเพลงขณะขับรถกับการใส่ชุดลำโพงมาให้ถึง 9ตัวในรุ่นท็อป, ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือไร้สายบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้ารองรับการชาร์จโทรศัทพ์มือถือรุ่นใหม่เช่น ไฮโฟน8 ขึ้นไปเเละพอร์ต USB 1ช่อง , หลังคาแบบมูนรูฟเเละเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ด้วยการกดเลื่อนระดับระบบไฟฟ้าตรงที่พักเเขนกลางที่เบาะหลัง, แอร์ด้านหลังเเละพอร์ต USB สองช่อง

All New Camry

All New Camry มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 4 โหมดได้แก่ EV Mode ระบบจากมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในความเร็วต่ำ, Sport Mode ตอบสนองการขับขี่ได้ดีมากขึ้น, Eco Mode ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองลงโดยการปรับการทำงานของเครื่องยนต์เเละเครื่องปรับอากาศ เเละ Normal Mode นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบส่งกำลังใหม่กับเครื่องยนต์เบนซิน Dynamic Force Engine Hybrid VVT-IE เจเนอเรชั่นที่ พร้อมประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่ดียิ่งขึ้นขนาด 2.5 ลิตร (รหัสA25A-FXS) ให้กำลังถึง 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 120 แรงม้า แรงบิด 202 นิวตันเมตร โดยให้กำลังรวม 211 แรงม้า แรงบิด 221 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVTพร้อม Sequential Shift รองรับน้ำมันสูงสุด E20

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือแพลตฟอร์มใหม่ TNGA ที่ให้คุณสมบัติการขับขี่ในด้าน -Outstanding Performance ขุมพลังแห่งการขับเคลื่อนใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับโครงสร้างของรถ ตอบสนองสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างที่ใจต้องการ
-Body Rigidity เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ ช่วงรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถังเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวเเละเกาะถนน
-Low Center of Gravity ออกแบบให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลดอารการโคลงของรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวเเละเข้าโค้งที่ดีขึ้น
-Double Wishbone Suspension ช่วงล่างใหม่แบบอิสระปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่เเละช่วยให้เกาะถนนดีขึ้น
-Good  Handling พวงมาลัยได้รับการปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำควบคุมรถได้ง่ายขึ้น
-Excellent Visibility ออกแบบตัวรถให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ เพิ่มทัศนะวิสัยกล้างขึ้น ลดจุดอับสายตา

All New Camry

ตามที่กล่าวไว้ตอนต้นว่ากิจกรรมทดสอบการขับขี่ในครั้งนี้แบ่งการขับขี่ออกเป็น 2Part โดยทีมงาน auto.MThai ได้ขับแบบ On Road ก่อน โดยใช้เส้นทางจากจุดสตาร์ท สนามช้างฯ สู่ บริโอ เลมอนฟาร์ม จ. สุรินทร์ โดยทาง โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทยกำหนดให้การขับ Part เป็นการขับแบบ Eco Run โดยมีรถให้ขับ 2 รุ่นได้แก่ รุ่น 2.5 HV Premium ระบบไฮบริด เเละรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5G ซึ่งถือเป็นรถคันแรกที่เราได้ทดสอบการขับขี่ ด้วยกติกา 1 ชั่วโมงห้ามเกิน เราต้องขับ All New Camry 2.5 G ให้ไปถึงที่หมายเเละต้องให้อัตราสิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุด ระยะทาง 54 กม. แรกของการทดสอบจึงเป็นการขับแบบชิลๆ เลี้ยงคันเร่งให้ความเร็วคงที่ไปก่อน ความเร็วเฉลี่ยในการขับช่วง On Road ด้วยการวิ่งแบบ Eco Run พร้อมขับขี่แบบโหมด Eco Mode ความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ 75-90 กม./ชม. เมื่อถึงจุดหมายตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองพลังงานออกมาที่ 18.1 กม./ลิตร นี่คือตัวเลขของการขับขี่แบบนอกเมืองสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ขณะที่ขากลับมีการสลับรถคราวนี้ถึงคิวของรุ่น 2.5 HV Premium เช่นเดิม เรายังขับด้วยโหมด Eco Mode ความเร็วเฉลี่ยเหมือนขามาที่ 75-90  กม./ชม. กับเวลา 1 ชั่วโมง ระยะทาง 54 กม. ที่ต้องทำให้ถึงสนามช้างฯ เเละตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน จากการขับด้วยระบบไฮบริดของ All New Camry 2.5 HV Premium ตัวเลขออกมาที่ 25.6 กม. ถือเป็นตัวเลขการสิ้่นเปลืองค่าประหยัดน้ำมันที่เราพอใจเป็นอย่างมาก

ส่วนในภาคบ่ายคือการขับในแบบ On Track รอบสนามช้างฯ ซึ่งสื่อมวลชนแต่ละท่านจะได้ทดสอบการขับขี่รถ All New Camry 2.5 HV Premium  เเละ 2.5G รุ่นละ 2 รอบสนาม ในแต่ละรอบจะมีสถานีให้ทดสอบการขับขี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น slalom, Lane Change ความเร็วที่ใช้ตั้งแต่ 60- 120 กม./ชม. การเกาะถนนขณะเข้าโค้ง อัตราเร่ง การทรงตัวของรถขณะเปลี่ยนเลนกะทันหัน ทั้งหมดนี่ต้องบอกว่า All New Camry ทั้งสองรุ่นสอบผ่าน ความแตกต่างระหว่างฟิลลิ่งการขับขี่ของรถยนต์ทั้งสองรุ่น รู้สึกว่าการขับขี่ในรุ่น 2.5G จะให้ความรู้สึกถึงช่วงล่างที่เกาะถนนหนึบแน่น มั่นใจมากกว่า นั่นเป็นเพราะในรุ่น 2.5G ใช้ล้อขนาด 18นิ้ว มากกว่ารุ่น 2.5 HV Premium ที่เป็นล้อขนาด 17 นิ้ว แต่ในทางกลับกันสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดตัวท็อปก็ให้ความรู้สึกที่ปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวในการขับขี่มากกว่า เมื่อเปิดโหมด Sport Mode ต้องบอกว่าอัตราเร่งมาแบบรู้สึกได้ทันที พวงมาลัยมีน้ำหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย แต่ขับสนุกมากขึ้นเเละด้วยขนาดของรถที่ต่ำลงกว่ารุ่นเดิมทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงทำให้ง่ายต่อการขับขี่ควบคุมรถ เรียกได้ว่าหลังจบการขับขี่ All New Camry ทั้งสองรุ่นรุ่นละสองรอบสนามแบบจัดเต็มจบลงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็พอจับฟิลลิ่งการขับขี่ได้ว่า  All New Camry คือรถยนต์ที่ขับสนุกอีกหนึ่งรุ่น

All New Camry

ก่อนหน้านี้ Toyota Camry คือรถยนต์ซีดานหรูที่มีภาพลักษณ์ค่อนไปทางผู้ใช้ที่เป็นผู้ใหญ่ในกลุ่มผู้บริหารองค์กร แต่ในปัจจุบันการมาของ All New Camry มีสิ่งที่เปลี่ยนไป โดยเริ่มมีกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายอายุประเภทอื่นเริ่มใช้รถยนต์ในเซกเมนต์นี้มากขึ้น ทาง Toyota จึงทำการปรับโฉม Camry ให้เข้ากับกลไกตลาดเเละรสนิยมของผู้บริโภคทำให้ปัจจุบันเรามักจะเห็นกลุ่มคนรุ่นวัยทำงาน อายุ 30 ปีอัพ เริ่มหันมาใช้ Camry กันมากขึ้่น ด้วยรูปลักษณ์ที่เน้นดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว เเละสมรรถนะการขับขี่ที่ต้องบอกว่าจัดจ้านอัตราเร่ง 0.100 ทำได้ที่ ตัวเลข 9 วินาที แบตเตอรี่ลูกใหม่ที่มีขนาดเล็กลงแต่เก็บกระเเสไฟได้มากขึ้นเเถมยังให้อัตราสิ้นเปลืองพลังงานในเกณฑ์สูงก็น่าจะทำให้ Camry ได้ใจผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นมา นอกจากนี้ในเรื่องของระบบความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะ Toyota Camry ได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบควบคุมเเละปรับลดความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมดึงพวงมาลัยกลับเข้ามาในเลนอัตโนมัติ ที่สำคัญในรุ่นท็อปอย่าง 2.5 HV Premium ยังมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยถึง 9 ลูก เรียกได้ว่าจัดหนักในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ ใส่ใจเรื่องรูปโฉมที่ออกมาดูหล่อเอาเรื่องเทคโนโลยีความสะดวกสบายแบบแน่นๆ คันเเล้ว ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบมั่นใจทุกการขับขี่

All New Camry มีให้เลือก 4 รุ่น
รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,799,000 บาท
รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,639,000 บาท
รุ่น 2.5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,589,000 บาท
รุ่น 2.0 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,445,000 บาท