Ertiga Mini MPV mpv suzuki ซูซูกิ เออร์ติกา รถ7ที่นั่ง

All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7ที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

Home / รีวิวรถยนต์ / All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7ที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

การกลับมาครั้งใหม่ของ Suzuki ERTIGA นับตั้งแต่มีการเปิดตัวเจเนเรชั่นแรกในประเทศไทยไปเมื่อปี พ.ศ. 2555 เเละมียอดขายสะสมจนถึงปัจจุบันกว่า 732,000 คันทั่วโลก การกลับมาในครั้งนี้ของ Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นที่ 2 มาพร้อมกับนิยามของการเป็นรถยนต์ MPV  7 ที่นั่ง ที่ให้ทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่เเละโดยสาร รวมถึงเทคโนโลยีเเละดีไซน์ที่ได้รับการปรับอัพเดตใหม่ให้สีสันเเละชีวิตชีวาต่อการเดินทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น 

ล่าสุดทาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เกียรติเชิญ auto.MThai เป็นหนึ่งในสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะการขับขี่ All New Suzuki ERTIGA บนเส้นทางของจังหวัดเชียงรายที่รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามบวกกับเส้นทางที่มีให้เลือกขับขี่ตั้งแต่เส้นทางในตัวเมือง จนถึงการวิ่งทางไกลเส้นทางขึ้นเขาสลับพื้นราบมาดูกันว่ารถยนต์ 7 ที่นั่งอย่าง Suzuki ERTIGA จะให้ฟีลลิ่งการขับขี่เช่นไรบ้าง

ERTIGA

อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับ All New Suzuki ERTIGA กันก่อนโดยรถยนต์ 7 ที่นั่งใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดผ้าคลุมไปเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถูกผลิตเเละนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย(เหมือนเมื่อครั้งเจนฯ1) มีสองรุ่นเป็นตัวเลือกคือ GL เเละรุ่นท็อป GX โดยอุปกรณ์ในรุ่นท็อป GX ที่แตกต่างจาก GL คือการเพิ่มไฟตัดหมอก, มือจับประตูโครเมี่ยม(รุ่น GL มือจับประตูเป็นสีเดียวกับตัวถัง)เเละไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างทั้งสองข้าง นอกจากนั้นโดยรวมรูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัยโดดเด่นที่ด้านหน้ากับกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าฮาโลเจนโปรเจ็คเตอร์โดยแยกโคมไฟภายในทั้งไฟสูงเเละไฟต่ำ ไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว

ERTIGA

มิติของตัวรถถูกพัฒนาให้มีความกว้างเเละยาวกว่า ERTIGA รุ่นปี 2013โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 130มม. กว้าง 40มม. สูง 5 มม. ระยะฐานล้อเท่าเดิม ด้วยความยาวที่ถูกขยายขึ้นทำให้เลกรูมของผู้โดยสารเเถวหลังได้รับการขยายขึ้นรวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่ได้รับการขยายเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ระยะความสูงจากพื้นถึงตัวถัง 180มม. เรียกได้่ว่าลดต่ำลงกว่ารุ่นก่อน 5มม.

ERTIGA

 

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้ดูเรียบแต่ยังให้ความรู้สึกที่หรูหราในโทนสีดำ พื้นที่กว้างขวางนั่งสบายตามแบบของรถยนต์ MPV ขนาด 3เเถว 7ที่นั่ง พวงมาลัย D-Shape ให้ฟีลลิ่งแบบสปอร์ตโฉบเฉี่ยวปรับระดับสูงต่ำได้ 2ทิศทาง นอกจากนี้ยังตกแต่งคอนโซลหน้าเเละเเถบข้างประตูด้วยลายไม้เพิ่มความหรูหรา พื้นที่วางขาเพิ่มขึ้นทำให้การนั่งโดยสารมีความสบายมากยิ่งขึ้น ครบทุกฟังก์ชั่นการสำหรับการเดินทางทั้งใกล้ไกลกับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ รองเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start เเละระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลังรวมถึงช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

All New Suzuki ERTIGA ใช้เครื่องยนต์รหัส K15B ขนาด 1.5ลิตร 4สูบ 16วาล์ว ให้กำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้าที่ 6,000รอบต่อนาทีจับคู่การทำงานกับระบบขับเคลื่อนเกียร์ 4AT แบบดั้งเดิม แต่มาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ที่เป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน SWIFT ใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา

ข้อดีของโครงสร้าง HEARTECT คือมีความเข็งแรงมากขึ้นเเต่ให้น้ำหนักที่เบา ทำให้ All New Suzuki ERTIGA  มีน้ำหนักรถเบากว่า ERTIGA รุ่นปี 2013 50 กก.รวมถึงการให้ระบบแอโร่ไดนามิกที่ดีไม่ต้านอากาศเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วที่สูงทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ขณะที่หน้าปัดเป็นแบบ MID ขนาด 66 มม x 50 มม.เเสดงมิเตอร์วัดความเร็วเเละความเร็วรอบเครื่องยนต์ นาฬิกา, อุณหภูมิภายนอกรถ(มีเฉพาะรุ่น GX), วัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง, ตำแหน่งเกียร์เเละเเสดงระยะทางน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง

ระบบความปลอดภัยมีระบบถุงลมนิรภัย SRS ให้คู่หน้า เบรกหน้าแบบดิสก์เบรกขณะที่เบรกหลังแบบดรัมเบรก ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย

ในส่วนของการทดสอบการขับขี่สัมผัสได้ถึงอัตราเร่งเเละแรงบิดของรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ การขับขี่ในเมืองยังให้ความปราดเปรียวเเละคล่องตัว ขณะที่การขับขี่ทางไกลตามที่กล่าวไปว่าด้วยการใช้เครื่องยนต์บล็อคใหม่ 1500 ซีซี จังหวะที่ต้องเติมคันเร่งแรงบิดตอบสนองได้ดี ช่วงเนินหรือเขาในจังหวัดเชียงรายเส้นทางดอยเเม่สลอง ERTIGA ก็เอาตัวรอดได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องเค้นแรงบิดให้เหนื่อย ช่วงขึ้นหรือลงเขามีปุ่มโอเวอร์ไดรฟ์ช่วยในการเร่งเเซงเเละปิดเมื่อต้องการให้เกิดเอนจิ้นเบรก ช่วงทางไกลหลังจากลงมาจากดอยเเม่สลอง มุ่งหน้าสู่สามเหลี่ยมทองคำที่สามารถเติมคันเร่งได้มากขึ้นเนื่องจากเป็นทางไฮเวย์ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Suzuki ERTIGA คือรถ 7 ที่นั่งที่เหมาะแก่การเดินทางไกลอย่างไม่หมดข้อสงสัย

นอกจากนี้การเกาะถนนก็ให้ความรู้สึกเเน่นหนึบมากขึ้นเนื่องจาก All New Suzuki ERTIGA มีช่วงล้อที่กว้างเพิ่มขึ้นทำให้การเข้าโค้งในความเร็ว การเปลี่ยนเลนกะทันหันมีสมรรถนะที่ดีขึ้น การทรงตัวดีขึ้นเพราะมีควมสูงจากพื้นสู่ตัวถังที่ต่ำลงในแบบรถที่เหมาะกับการขับขี่พื้นผิวถนนแบบออนโรด

ความสะดวกสบายขณะขับขี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากภายในที่กว้างขวางการขับ Suzuki ERTIGA ทางไกลจึงไม่ทำให้การเดินทางรู้สึกเหนื่อยล้าหรือน่าเบื่อเพราะระบบเอนเตอร์เทนท์ของรถจากหน้าจอแบบทัชแนลที่ใช้ง่ายสามารถเชื่อมต่อบลูทูธ หลังจากลองนั่่งเบาะนั่งเเถวที่สองเครื่องปรับอากาศให้คามเย็นสบายตลอดการเดินทาง ขณะที่การนั่งแถวที่สามสำหรับผู้ชายที่สูง 170เซนติเมตรกว่าๆ เเม้ช่วงเข่าจะติดกับพนักเบาะนั่งเเถวสองแต่ก็ยังนั่งได้แบบไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

All New Suzuki ERTIGA ที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Radian Red, Magma Grey, Pearl White Snow และ Prime Cool Black โดยมี 2 รุ่น คือ GL (AT) และ GX (AT) ราคาขายช่วงนี้อยู่ในโปรโมชั่นพิเศษถึง 30 เมษายนนี้ในรุ่น GL ที่ 655,000 บาท รุ่น GX ราคา 695,000 บาท ก่อนปรับราคาจำหน่ายขึ้น