Forester 2.0 i-S EyeSight Subaru Forester suv ซูบารุ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รถยนต์อเนกประสงค์

Subaru Forester i-S ES กับประสบการณ์การขับขี่ปลอดภัยด้วยระบบ EyeSight

Home / รีวิวรถยนต์ / Subaru Forester i-S ES กับประสบการณ์การขับขี่ปลอดภัยด้วยระบบ EyeSight

หลังจากที่ บริษัท ทีซี ซูบารุ ประเทศไทย (จำกัด) เปิดตัว New Subaru Forester เมื่อช่วงต้นปี เเละเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ลองสัมผัสถึงสมรรถนะของ รถยนต์อเนกประสงค์ เจ้าของฉายาจ้าวป่าที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ในครั้งนั้นเป็นการทดสอบในรุ่น Forester 2.0 i-S ( New Subaru Forester มี 3 รุ่น ได้แก่ i-L, i-S, เเละ i-S ES EyeSight) ซึ่งความแตกต่างระหว่างรุ่น i-L เเละ i-S อยู่ที่การตกแต่ง ขนาดล้อที่ต่างกัน ระบบการขับ X-Mode จาก 1 เพิ่มเป็น 2 ฟังก์ชั่น เเต่สมรรถนะเหมือนกันด้วยเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร เบนซิน 4 สูบ วางนอน DOHC 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า

Subaru Forester

เเต่สำหรับ New Subaru Forester 2.0 i-S EyeSight รุ่นท็อปสุดเเล้วเเน่นอนว่าขุมพลังเครื่องยนต์ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างไปจากสองรุ่นเริ่มต้น เเต่ไฮไลท์ที่เพิ่มเข้ามาคือเจ้าระบบ EyeSight เเละระบบ Side View Monitor, Subaru Rear Vehicle Detection นั่นเอง เเล้วระบบ EyeSight  คืออะไร ทำหน้าที่อะไร เเละมีความพิเศษอย่างไรทำไมถึงต้องติดตั้งอยู่เฉพาะในรุ่นท็อป วันนี้ทีมงาน MTHAI.AUTO จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับการทำงานของระบบ EyeSight กัน

Subaru Forester

ระบบ EyeSight เปรียบเสมือนกับดวงตาคู่ที่สองสำหรับการมองเห็นบนท้องถนนโดยใช้กับกล้องสเตอริโอสองตัวติดตั้งบริเวณกระจกมองหลังเพื่อจับเป็นภาพสีสามมิติ ซึ่งเป็นภาพที่มีความละเอียดใกล้เคียงกับสายตามนุษย์ จากการทดสอบที่เกิดขึ้นจริงและประเมินผล ช่วยผู้ขับขี่ได้ในหลายสถานการณ์เเละที่สำคัญช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ปัจจุบันยอดขายของรถ Subaru ที่มีระบบ EyeSights มีมากกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก

EyeSight จะเริ่มการทำงานหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ 7 วินาทีพร้อมกับ 6ฟังก์ชั่นได้แก่

Subaru Forester

– Pre-Collision Braking System เตือนคนขับเมื่อระบบจับได้ว่าข้างหน้าจะเกิดการชน, แต่ถ้าหากไม่ได้รับการตอบสนองจากคนขับ ระบบจะค่อยๆเบรคอัตโนมัติและหยุดรถ ในการสตาร์ทรถหนึ่งครั้ง ระบบ Pre-Collision Braking System  จะทำงานอัตโนมัติ 3 ครั้ง เกินกว่านี้ระบบจะตัดการทำงานไม่สามารถใช้ได้ หากต้องการใช้งานระบบ Pre-Collision Braking System ใหม่ต้องจอดรถดับเครื่องยนต์สถานเดียว ระบบจะรีเซ็ตการทำงานใหม่เเละทำงาน 3ครั้งต่อการสตาร์ท 1 ครั้ง

Subaru Forester

– Adaptive Cruise Control กล้องสเตอริโอทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ในระบบการขับเคลื่อนและเบรคเพื่อให้มั่นใจว่ารถยังคงเว้นระยะจากคันหน้าและเหลือที่ว่างพอให้เคลื่อนตัว ความเร็วเริ่มต้นที่สามารถใช้ระบบดังกล่าวเริ่มต้นที่ 1 กม/ชม. ไปจนถึงความเร็วสูงสุดที่ 180 กม/ชม.

Subaru Forester

– Pre-Collision Throttle Management ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเหยียบคันเร่งกะทันหัน หากเกิดเหตุการณ์เหยียบคันเร่งแต่มีวัตถุด้านหน้าระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ EysSight จะเตือนคนขับโดยมีส่งสัญญาณเสียงและไฟกะพริบบริเวณหน้าจอและหยุดไม่ให้เครื่องยนต์ออกตัวชั่วขณะเพื่อลดการชนด้านหน้า

Subaru Forester

– Lane Sway and Departure Warning ขณะขับขี่ที่ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ระบบEyeSights จะเตือนให้คนขับโดย
สัญญาณเสียงและไฟเตือนหน้าจอเมื่อระบบจับได้ว่ารถของท่านกำลังจะออกนอกเลน

นอกจากนี้ยังมีระบบเเจ้งเตือน Warning And Notification ต่างๆ เช่น Blind Spot Detection (BSD) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา เเละ Lead Vehicle Start Alart ระบบเตือนเมื่อวัตถุหรือรถคันหน้าออกตัว แต่หากไม่ต้องการใช้งานบางฟังก์ชั่่นก็สามารถกดปุ่มปิดการทำงานของระบบ Pre-Collision Braking System, Lane Sway and Departure Warningได้

Subaru Forester

ที่ผ่านมา Subaru ได้เริ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยในการขับขี่มาตั้งแต่ปี 1989 ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น EyeSight ในปี 2008 เเละได้รับการพัฒนาในเวอร์ชั่นที่ 2 เเละ 3 ในช่วงปี 2010 ถึงปัจจุบัน จากสถิติรถยนต์ Subaru ที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 250,000 คันที่ติดตั้งระบบ EyeSight พบว่ามีสถิติในการเกิดอุบัติเหตุลดลงถึง 61%

สรุปเเล้วระบบ EyeSight คือระบบเสริมความปลอดภัยใหม่ล่าสุดของ Subaru มีไว้เพื่อเสริมการขับขี่ให้ผู้ขับขีได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเเละลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

Subaru Forester

จากการได้ลองสัมผัส New Subaru Forester 2.0 i-S EyeSight ที่บริษัท ทีซี ซูบารุ ประเทศไทย (จำกัด) ได้จัดกิจกรรมทดสอบการขับขี่ที่สนนามปทุมธานี สปีดเวย์ไปเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม โดยกิจกรรมในครั้งนี้เน้นให้สื่อมวลชนได้รู้จักถึงหน้าที่เเละประสิทธิภาพการทำงานของของเจ้าระบบความปลอดภัยที่เรียกว่า EyeSight ให้ดียิ่งขึ้น โดยแบ่งการทดสอบออกแป็น 2ส่วนได้แก่ Handling Control เเละ Safety- Eyesight

Subaru Forester
ในสเตชั่น Safety- Eyesight เป็นการทดสอบระบบ Adaptive Cruise Control และ Pre-Collision Braking โดยระบบดังกล่าวเมื่อถูกเปิดใช้งานสามารถปรับความเร็วได้เท่ากับรถคันที่อยู่ด้านหน้าได้ตั้งแต่ความเร็ว 0-180 กม/ชม. สามารถเซ็ตตั้งแต่ขณะที่รถจอดนิ่งจนถึงการขับเคลื่อนตามคันหน้า จุดสำคัญของระบบ Adaptive Cruise Control คือเรดาห์ของรถเราต้องตรวจจับรถคันที่อยู่ด้านหน้าได้จึงสามารถทำงานได้

All new Subaru Forester

ขณะเดียวกันการทดสอบระบบ Pre-Collision Braking ใน New Subaru Forester 2.0i-ES เป็นการจำลองการขับขี่ด้วยความเร็ว 30 กม/ชม. โดยมีวัตถุตั้งอยู่ตรงหน้า เมื่อรถเเล่นเข้าใก้ลวัตถุเเละระบบ Eyesight ตรวจจับพบมีวัตถุที่อยู่ด้านหน้า จะมีสัญญาณการเตือนเเจ้งก่อน หากไม่มีการเบรกจากผู้ขับขี่ ระบบจะเบรกให้ทันทีเมื่อรถวิ่งเข้าใกล้เเละหยุดรถก่อนที่จะชนวัตถุ ระบบดังกล่าวจะทำงานเพียง 3 ครั้งต่อการสตาร์ทเครื่องยนต์ขับขี่ 1ครั้งตามที่กล่าวไปตอนต้น เเละหากเกิน 3 ครั้งระบบจะตัดการทำงานทันที นอกจากนี้ระบบ Pre-Collision Braking ยังมีข้อจำกัดในการทำงานในกรณณีที่สภาพเเวดล้อมวิสัยทัศน์ย่ำเเย่ เช่น ฝนตกหนัก หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทางระบบดังกล่าวก็ไม่สามารถตรวจจับเเละช่วยเบรกวัตถุที่อยู่ด้านหน้าของรถได้

All new Subaru Forester

ในสเตชั่น Handling Control เป็นการทดสอบการบังคับการทรงตัวของรถโดยขับออกจากจุดสตาร์ทด้วยความเร็วที่ 60-80 กม/ชม. ให้ได้สัมผัสถึงอัตราเร่งการออกตัวอันทรงพลังของ New Subaru Forester วิ่งทางตรงได้สักระยะให้ชะลอความเร็วลงเหลือประมาณ 30-40 กม/ชม. เพื่อเข้าสู่สเตชั่นขับผ่านพื้นผิวถนนที่เป็นลูกระนาดเพื่อทดสอบระบบ Subaru Global Platform ใหม่ล่าสุดพิสูจน์ให้เห้นว่าในเมจื่อตัวถังได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นทำให้ช่วงล่างทำงานได้ดีขึ้น เมื่อทั้งสองอย่างสัมพันธ์กันยิ่งทำให้การบังคับพวงมาลัยบนพื้นผิวที่ขรุขระขณะขับขี่ New Subaru Forester ความเเม่นยำของพวงมาลัยยังทำได้ดีเหมือนเดิม เมื่อการบังคับพวงมาลัยเเม่นยำ อุบัติเหตุก็จะลดน้อยลงจากการขับขี่

Subaru Forester

ต่อไปคือการทดสอบระบบเบรก ABS หลังจากที่หลุดออกมาจากสเตชั่นย่อยลูกระนาดก็ได้เติมความเร็วบนแป้นคันเร่งอีกครั้งตามทางของเเทร็คที่ทีมงานกำหนดไว้ให้ในความเร็วประมาณ 60-80 กม/ชม. ขับมาจนถึงจุดกำหนดที่ต้องเบรก ให้ลองเหยียบเบรกแบบลงน้ำหนักเท้าทันทีที่แป้นเบรกเพื่อให้ระบบเบรก ABS ทำงาน การเบรกกะทันหันด้วยความที่เป็นรถ SUV ที่มีความสูงถึง 220 มม. ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเครื่องยนต์ถูกวางขนานเเบบสมมาตร แถมมีผู้ขับขี่เเละผู้โดยสารนั่งเเถวหน้าเเละหลังการเบรกให้ ABS ทำงานกลับไม่พบอาการท้ายเหวี่ยงเเละรถสไลด์เรียกว่าระบบเบรก ABS ทำให้มั่นใจในการเบรกต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด

All new Subaru Forester

All new Subaru Forester

ต่อกันกับอีกหนึ่งไฮไลท์ของสเตชั่น Handling Control ด้วยสเตชั่นย่อยในการทดสอบระบบ ACTIVE TORQUE VECTORING หรือระบบควบคุมเเละกระจายเเรงบิดขณะเข้าโค้ง ในความเร็วราวๆ 60 – 80 กม/ชม. ขณะที่รถเข้าโค้งเเม้จะมีอาการอันเดอร์สเตียร์บ้างเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติเเม้จะเป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่อาการโยนของรถในการเข้าโค้งที่ความเร็วดังกล่าวใหใ้ความรู้สึกไม่โยนหรือโคลงเคลงจนเกินไป รถดึงตามการบังงคับของพวงมาลัยได้แม่นยำเช่นเคย จากนั่นจะเป็นการขับวนวงกลมสองรอบเลี้ยงความเร็วไว้ที่ 30-40 กม/ชม. พื้นผิวถนนบริเวณวงเวียนปีกเป็นการจำลองสถานการณ์การขับขี่การบังคับรถเป็นพื้นถนนที่เปียก เเละเป็นการทดสอบหากยกคันเร่งขึนพวงมาลัยจะดึงรถเข้ามาให้บังคับง่ายกว่าเดิม

All new Subaru Forester

All new Subaru Forester

ปิดท้ายสเตชั่นย่อยสุดท้ายขับต่อเนื่องเข้าการทดสอบ Lane Change หรือการเปลี่ยนเลนขณะขับขี่กะทันหันด้วยความเร็ว 60 กม/ชม. ก่อนจะปิดท้ายด้วยการขับสลาลอมซ้ายขวาจำลองการขับรถหักหลบวัตถุบนพื้นถนนทำให้ทราบถึงฟิลลิ่งการขับขี่ ที่มาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแปรผันบวกกับระบบ ACTIVE TORQUE VECTORING เเถมยังจุดศูนย์ถ่วงต่ำทั้งหมดนี้ทำให้เราได้รู้จักกับสมรรถนะการขับขี่ของ New Subaru Forester 2.0 i-S EyeSight มากยิ่งขึ้น