HARLEY-DAVIDSON Softail Breakout สานต่อตำนานความแรงบทใหม่

Home / Super Bike / HARLEY-DAVIDSON Softail Breakout สานต่อตำนานความแรงบทใหม่

HARLEY-DAVIDSON Softail Breakout

แม้ว่า HARLEY-DAVIDSON รุ่นนี้จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกลๆ แต่ถ้าใจถึงๆ ก็ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ถึงแม้ว่า Softail Breakout ไม่มีพื้นที่รับมือกับสัมภาระและไม่มีวิทยุ/ซีดีใดๆ บนตัวรถคอยขับกล่อม แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “ขุมพลัง” เพราะงานนี้มาแบบจัดเต็ม อีกทั้งรูปทรงก็สวยเซ็กซี่ใช่เล่น และแม้ว่าจะไม่มีหน้ากากหรือกระเป๋าข้างมาช่วยรับงานสัมภาระ แต่ถ้ามาถึงเมืองไทย บอกเลยว่า กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ “เดี๋ยวเดียวก็ถึง”

HARLEY DAVIDSON

จุดเด่นหลักๆ เลยของรุ่นนี้คือการใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น โดยขยับความจุไปถึง 103 คิวบิก-นิ้ว หรือ 1,690 ซีซี. ซึ่งมีการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาผสมจนทำให้รถมีทั้งอัตราเร่งและสปีดความเร็ว (รถเดิมๆ) ที่ค่อนข้าง “สะใจ” ลักษณะของเครื่องนั้นเป็นแบบ V twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดของกระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 98.4 x 111.1 มม. มีกำลังอัดเครื่องยนต์ 9.6 : 1 ยกหน้าที่การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับชุดหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ Sequential Port Fuel Injection และแม้ว่าเสียงรอบเดินเบาจะเพี้ยนจังหวะไปจากเดิมที่เคยใช้คาร์บูเรเตอร์ แต่ข้อดีของหัวฉีดก็คือ ความแม่นยำ และสามารถสตาร์ทติดได้ในเกือบทุกสภาพอากาศ นอกจากนั้นยังกำหนดระยะของการเดินทางต่อน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ถัง ได้แม่นและชัวร์มากกว่าคาร์บูเรเตอร์

HARLEY DAVIDSON
ระบบวาล์วยังเป็นแบบก้านกระทุ้ง ใช้วาล์ว 2 ชุด : 1 ห้องเผาไหม้ ระบบเกียร์เป็นแบบธรรมดา 6 สปีด ใช้สายพานรับส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปชนที่ชุดเกียร์ หลังจากนั้นก็จะใช้สายพานอีกเส้นต่อจากชุดเกียร์ที่วงล้อหลังเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน สมรรถนะความเร็วนั้นสามารถจะทำได้จนสุดไมล์ กล่าวคือ “120 MPH” หรือราวๆ 199.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง และกินเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ซึ่งแม้จะพ่ายต่อรถสปอร์ตที่เร่งความเร็วเหยียบหลัก 200 กม./ชม. ได้เร็วกว่า แต่ข้อดีของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ก็คือ “ความอึด” เราสามารถอยู่บนความเร็วสูงๆ ระดับนั้นได้นานกว่ารถสปอร์ต ขึ้นอยู่กับว่ามีถนนพอให้วิ่งหรือเปล่า?

HARLEY DAVIDSON

ทรงของรถ? งานนี้กอดลม กำแฮนด์แน่นๆ สถานเดียว เพราะไม่มีอะไรมากำบังมวลลมที่ถาโถมเข้าใส่ตัวของคนขี่เวลาที่เดินคันเร่งทำความเร็ว ใช้ไฟหน้าจอกลม ขอบคิ้วไฟลงอ่างโครเมี่ยม ส่วนตูดกะโหลกไฟนั้นใช้สีดำเงา บังโคลนหน้ามาด้วยขนาดที่เล็กและบางแบบสปอร์ต ถังน้ำมันเชื้อเพลิงทรงมาตรฐานของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน สวิทช์กุญแจประจำการอยู่บนถังน้ำมัน ส่วนฝาถังเป็นทรงกลม “แต่” มันมาเพียงฝาเดียวเท่านั้น ไม่ได้มายกคู่เหมือนรุ่นอื่นๆ เบาะนั่งด้านหน้าวางทับเหนือถังน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเบาะแบบ 2 ใบ แยกหน้าที่คนขี่กับผู้โดยสาร บังโคลนหลังโอบคลุมล้อหลัง 1 ใน 3 ของรัศมียาง แอบกระดกท้ายปลายตูดเป็ดนิดๆ

HARLEY DAVIDSON

ไฟท้ายโดนอัปเปหิออกจากระบบ โดยเราจะมองไม่เห็นชุดไฟท้ายอันใหญ่ๆ อีกต่อไป เขาใช้ไฟเลี้ยวทำหน้าที่เป็นท้ายพร้อมกันไปในเวลาเดียวและจะกระพริบก็ต่อเมื่อเรากดสัญญาณเลี้ยวเท่านั้น การออกแบบจะเน้นงานโครเมี่ยมประมาณ 60 % ของทั้งหมด และใช้สีพื้นเดี่ยวๆ กับสีดำพ่นลงไปในส่วนของถังน้ำมัน, บังโคลนหน้าและหลัง สีดำจะใช้พ่นลงไปที่กระปุกน้ำมันเชื้อเพลิงใต้เบาะ ปลายท่อไอเสียยังมีการสลับกันเลยระหว่างโครเมี่ยมกับสีดำในตอนปลายของท่อไอเสีย วงล้อหน้า/หลังเป็นวงล้ออัลลอย ยางหน้าขนาด 130 / 60 – 21 นิ้ว ยางหลังขนาด 240 / 40 R18 นิ้ว ขนาดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 18.9 ลิตร และน้ำหนักรวมตัวรถ 321 กิโลกรัม

เรียบเรียงโดย A’Lure Magazine

 

ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.70V70 FINAL