Audi R8 V10 ขุมพลังความแรงภายใต้รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว

Home / Super Car / Audi R8 V10 ขุมพลังความแรงภายใต้รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว

อย่าถามเรื่องความสวยงามจากรถสัญชาติเยอรมันนีแต่จงถามถึงสมรรถนะความแรงและการใช้เทคโนโลยีช่วยในการควบคุม ด้วยเหตุนี้เราจึงมองความสวยงามของรถจากเยอรมันต่างออกไป AUDI ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายผู้ผลิตที่ทุ่มเทผลิตรถยนต์ออกมาสู่ตลาด ตั้งแต่รถยนต์ซีดานไปจนถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ทั้งหมดมีข้อดีซ่อนอยู่ในรถทุกรุ่น นั่นก็คือ ความแรง มันจะแฝงซ่อนอยู่ภายใต้รูปโฉมที่แสนธรรมดา ซึ่งจุดนี้ต้องเป็นคนที่เคยขี่จริงๆ แล้วถึงจะรู้ดี ส่วนตัวแรงจะงัดออกมาโชว์ในรอบนี้ก็คือ AUDI R8 V10 ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถมัสเซิลคาร์เยอรมันก็ว่าได้

Audi-R8_V10_2016_2

Audi-R8_V10_2016_1

มันโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 10 สูบ ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำและชุดบำบัดความร้อนจากน้ำมันเครื่อง มีขนาดความจุสุทธิ 5.2 ลิตร หรือ 5,200 ซีซี. ควบคุมและประมวลผลทั้งหมดด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีแรงม้าทั้งสิ้น 540 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตร แต่ถ้าเป็น R8 V10 Plush จะมีแรงม้ามากถึง 610 ตัว แรงบิดจะสูงขึ้นไปเป็น 560 นิวตัน-เมตร ไม่มีระบบการอัดอากาศใดๆ มาช่วยทั้งสิ้น แบบนี้ซิถึงจะเรียกว่า NA ตัวจริงเสียงจริง

Audi-R8_V10_2016_5

Audi-R8_V10_2016_6

ตัวรถเน้นรูปทรงที่เรียกได้ว่าลดแรงเสียดทานอากาศแบบสุดๆ ใส่โลโก้ 4 ห่วงคล้องประสานอยู่กลางกระจังหน้ารถ ชุดไฟหน้าเป็นทรงเลขคณิตที่บิดทรงนิดๆ เพื่อความสวยงาม และเป็นชุดไฟหน้าแบบ Full LED มีการเล่นลายโครงสร้างของโคมไฟและไฟหน้ารวมถึงไฟต่ำกับไฟสูงเป็น LED ทั้งสิ้น ตามร่องช่องกระจังหน้าจะใช้การ์ดแบบ 6 เหลี่ยมปูจนเต็มด้านหน้า และมีครีบดักจัดทางอากาศแบบเดียวด้านหลังเพื่อเสริมประสิทธิภาพความเสถียรยามขับขี่ กระจกหน้าบานใหญ่แต่โค้งและพับลู่ลมไปตามทรงของตัวรถ ที่ขอบประตูตรงกระจกไม่มีเสา ซึ่งนี่ก็คือการเล่นอารมณ์สปอร์ตแบบเต็มๆ

Audi-R8_V10_2016_7

Audi-R8_V10_2016_3

Audi-R8_V10_2016_4

นอกจากนั้นยังมีครีบดักมวลลมด้านหลังอีก 4 จุด โดยแบ่งเป็นซ้ายและขวาอย่างละ 2 จุด กระจกหลังเน้นความใหญ่และเล่นล้อไปตามทรงของรถ ตัวเครื่องยนต์จะวางอยู่ด้านหลัง ทำให้พื้นที่ในการเก็บของต้องย้ายไปอยู่ด้านหน้าแทน การตกแต่งภายในเยอรมันจะเน้นโครงสร้างแบบเรียบๆ ง่ายๆ และใช้วัสดุผสมมาปรุงแต่งในห้องโดยสาร คล้ายๆ กับแผงหน้าปัดของเครื่องบิน ระบบต่างๆ สั่งงานได้ด้วยนิ้วมือจากพวงมาลัย ยางหน้ามาด้วยขนาด 245 / 35 – 19 นิ้ว ยางหลัง 295 / 35 – 19 นิ้ว แต่ถ้าเป็นรุ่น Plus จะขยับวงล้อเป็น 20 นิ้ว อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ทำได้ด้วยเวลา 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 330 กิโลเมตร / ชั่วโมง