Lamborghini Aventador LP750-4 SV Roadster กระทิงดุเปิดประทุน

Home / Super Car / Lamborghini Aventador LP750-4 SV Roadster กระทิงดุเปิดประทุน

โดยส่วนตัวแล้ว เคยเห็น Aventador ตัวเป็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แถมยังเคยได้ยินเสียงของมันที่คำรามออกมาบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกเฉยๆ อยู่ดี จนได้มาเห็น LP750-4 SV Roadster นี่ล่ะ! ความรู้สึกคือนี่ล่ะ! รถที่กระตุ้นอารมณ์อยากจะขับขึ้นมาในบัดดล แม้ว่าสภาพโดยรวมของมันจะเกือบเหมือน Aventador ตัวปกติทุกมิลลิเมตร แต่มันเท่กว่าตรงที่หลังคาเป็นแบบเปิดประทุน บอกเลยนะครับว่ารถเปิดประทุนไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน? ค่ายอะไร? มันหล่อในมุมของมันทุกคัน “จริงๆ”

Lamborghini Roadster P1
Lamborghini Aventador LP750-4 SV Roadster กระทิงหนุ่มเปิดประทุน

ตัวรถใช้เครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร แบบ V-12 จุดระเบิดด้วยน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนต่ำสุดคือ 95 และไม่เหมาะที่จะใช้น้ำมันทางเลือกอย่างแก๊สโซฮอลล์ โดยเครื่องยนต์จะถูกวางไว้ทางด้านหลังคนขับ หรือด้านท้ายรถ รถรุ่นนี้เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และใช้ระบบเกียร์แบบ 7 สปีด จัดการวางหม้อน้ำใบใหญ่ถึง 2 ใบ และมีที่ติดตั้งก็คือบริเวณด้านหน้าซุ้มล้อหลัง พร้อมจัดกระบวนทางลมให้ไม่เสียดทานมากเกินไป และดึงให้มวลลมพัดผ่านหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อน สปอยเลอร์รอบคันมาแบบเต็มยศ ตบท้ายด้วยสปอยเลอร์หลัง เอาไว้กดมวลอากาศกดบอดี้รถให้แนบกับพื้นมากที่สุด ไฟหน้า 5 เหลี่ยม ทรงตาเหยี่ยว มาแบบจัดเต็มด้วยระบบ LED ให้ความสว่างอย่างเต็มพลัง มีการทำร่องดูดอากาศด้านหน้าซุ้มล้อ เพื่อดึงให้อากาศทั้งหมดที่ถูกแหวกพัดเข้าระบบไป โดยมีครีบดักอากาศดึงเข้าซุ้มล้อหลังช่วยการระบายความร้อน แนวองศาของกระจกหน้ามาแบบเอนสุดๆ เพื่อลดแรงเสียดทานอากาศ มีการออกแบบครีบด้านบนกระจกหน้าให้ทำหน้าที่คล้ายๆ สปอยเลอร์ เพื่อดันลมให้พัดผ่านศรีษะของคนขับและผู้โดยสารผ่านไป มีโรลบาร์ซ่อนใต้บอดี้ที่กระดกขึ้นมาเหนือที่นั่งทั้งขวาซ้าย อำนวยเสริมความปลอดภัยหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ และมีการทำครีบดักลมอีกครั้งระหว่างช่องว่างของเบาะทั้งสอง เพื่อดึงให้ลมพัดเข้าช่องระบายด้านบนของเครื่องยนต์นั่นเอง

Lamborghini Roadster P5
นอกจากจะมีสปอยเล่อร์หลังกดท้ายแล้วก็ยังมีช่องดักลมเพื่อเสริมความนิ่งเสถียรของตัวรถอยู่ทางด้านท้ายอีกด้วย กระจกมองข้างเป็นแบบเดียวกับรถสูตร 1 เพียงแต่มีการตัดแต่งแก้เติมเพื่อความเหมาะสมและสวยงาม ช่องการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ทางฝั่งขวาบริเวณด้านหลังรถ การออกแบบภายในเน้นโทนสีดำ ตัดเส้นด้วยสีแดงนิดหน่อย และมีการใช้วัสดุ Carbon มาเสริมให้ดูสวยขึ้น ไม่ต้องมองหากระปุกเกียร์ เพราะมันถูกย้ายมาอยู่บนพวงมาลัย สั่งงานง่ายๆ กระดิกนิ้วเท่านั้น ตัวรถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายในเวลาแค่ 2.9 วินาที เท่านั้น! แรงม้าสูงสุด 750 ตัว ที่รอบเครื่องยนต์ 8,400 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ 350 กิโลเมตร / ชั่วโมง

Lamborghini Roadster P8
Lamborghini Roadster P3
Lamborghini Roadster P4
Lamborghini Roadster P7

เรียบเรียงโดย A’Lure Magazine
Cr Photo : net car show