F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari

Home / Super Car / F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari

F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่ารถรุ่นนี้เป็นรถที่ผลิตออกมาในจำนวนที่จำกัด มันถูกสร้างออกมาเพียง 799 คัน เท่านั้น!!! ตัวรถมีการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยอิงพื้นฐานต่างๆ มาจากตัวแรงในสนามแข่ง และพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อต้นสังกัดจับเอาเทคโนโลยีแบบนี้มาสู่ถนน มันไม่ใช่การออกแบบเพียงอย่างเดียว หากแต่ Ferrari ถือเป็นที่สุดแห่งการสร้างรถยนต์สปอร์ตในประเทศอิตาลี F12 tdf เป็นการสืบทอดตำนานความแรงจากอดีต โดยครั้งนั้นเป็นการแข่งขัน Endurance Race Road ในปี 1950 และรถที่การันตีระดับความแรงและศักดิ์ศรีแห่งตำนานสปอร์ตก็คือ 1956 Ferrari GT 250 Berlinetta โดยได้รับรางวัลต่อกันถึง 4 ครั้ง นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างสูง

F12 tdf Limited Edition1

F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari

F12 tdf Limited Edition3

Ferrari F12 tdf ถือเป็นการสร้างรถที่ระดมมันสมองในการสร้างมากที่สุดอีกรุ่น โดยใช้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องอากาศพลศาสตร์มาผสานกับสมรรถนะกำลังจากเครื่องยนต์ ส่งผลให้รถมีดีกรีความแรงในระดับ “ที่สุด” การออกแบบดึงเอา DNA จากรถรุ่นพี่ GT 250 Berlinetta มาใช้ ช่วยให้รถมีความคล่องตัวและควบคุมได้ง่าย หากจะวัดระดับการคอลโทรลบังคับรถ F12 tdf ก็น่าจะเป็นรถที่ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องนี้ ในการวางเครื่องของรถรุ่นนี้ ใช้การวางเครื่องด้านหน้าห้องโดยสาร ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการเกิด Oversteer (โอเวอร์สเตียร์) ซึ่งรถที่วางเครื่องแบบนี้จะมีโอกาสที่เกิดภาวะอย่างที่ว่า “น้อยมากๆ”

F12 tdf Limited Edition5

 

F12 tdf Limited Edition4

ตัวเครื่องยนต์เล่นของหนักที่มาแบบจัดเต็มด้วยการสันดาปจากน้ำมันเบนซิน (ค่าออกเทน 95 ขึ้นไป) มันเป็นเครื่องยนต์แบบ V 12 และมีขนาดความจุ (สุทธิ) 6,262 ซีซี. ขนาดของกระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 94 x 75.2 มม. ส่งผลให้รถมีกำลังอัดเครื่องยนต์สูงถึง 13.5 : 1 ควบคุมการกดหมุนขบวาล์วทั้งไอดีและไอเสียด้วยเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ด้านบนเหนือฝาสูบ DOHC แต่ถ้าจะถามว่ารถคันนี้ใช้แคมฯ บังคับกดวาล์วทั้งหมดกี่อัน? ขอตอบเลยนะครับว่า 4 อัน เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์แบบ V นั่นเอง ชุดเกียร์เป็นแบบ 7 สปีด ปรับเปลี่ยนง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว โดยจะติดตั้งชิฟเกียร์ไว้หลังพวงมาลัย หรือจะใช้โหมดอัตโนมัติก็ได้ ระบบคลัทช์แบบเปียกเป็นแบบ Dual-Clutch ลดเวลาลงไปได้เยอะกว่าการเหยียบคลัทช์แล้วเปลี่ยนเกียร์แบบรถทั่วๆ ไป

F12 tdf Limited Edition6

หน้าที่การสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นงานของระบบไฟฟ้าและมอเตอร์สตาร์ท Ferrari F12 tdf สามารถทำความเร็วจาก 0 – 200 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 7.9 วินาที มีแรงม้าคะนองกำลังอยู่ราวๆ 700 ตัว แรงบิดสูงสุด 705 นิวตัน-เมตร ที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ 6,250 รอบ/นาที ถ้าอยากจะรู้ว่า F12 tdf ทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ด้วยเวลาเท่าไหร่? …ตอบเลยว่า…2.9 วินาที มีความเร็วสูงสุดที่มากกว่า 340 กม./ชม. โครงสร้างตัวถังห้องโดยสารจะเป็นอะไรไปเสียมิได้นอกจาก Carbon เท่านั้น

F12 tdf Limited Edition2

ขนาดยางหน้ามาด้วยสัดส่วน 275 / 35 ZR 20 นิ้ว และยางหลังในขนาด 315 / 35 ZR 20 นิ้ว มิติตัวรถของรุ่นนี้ มีขนาดความกว้าง / ยาว / สูง เท่ากับ 1,961 / 4,656 / 1,273 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง ขนาด 2,720 มม. ตัวรถมีการแบ่งน้ำหนักด้านหน้าและหลังในแบบการแบ่งเปอร์เซ็น ดังนี้ หน้า 46 % หลัง 54 % ถือว่าเป็นการแบ่งที่ดี ช่วยให้รถขับขี่ได้ง่ายมากๆ ขนาดความจุถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง 92 ลิตร ให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 15.4 ลิตร ต่อการเดินทาง 100 กิโลเมตร หรือทำความเข้าใจง่ายๆ ว่า น้ำมัน 1 ถัง สามารถทำให้รถเดินทางได้ถึง 600 กิโลเมตร (แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และสไตล์การขับขี่ รวมถึงความเร็วด้วยนะครับ) และนี่ก็คือรถสปอร์ตกำลังสูงสัญชาติอิตาเลี่ยนที่เหมาะกับคนบ้าพลังสุดๆ

ภาพและข้อมูลจาก

auto.ferrari.com

 

ติดตามเพิ่มเติมใน A’Lure Magazine Vol.66

Cover A'lure v.66 1