Maserati Levante เอสยูวีรุ่นแรกจาก มาเซอร์ราติ ที่ทั่วโลกตั้งตารอ

Home / Super Car / Maserati Levante เอสยูวีรุ่นแรกจาก มาเซอร์ราติ ที่ทั่วโลกตั้งตารอ

มาเซอร์ราติ ได้เผยโฉมรูปทรงอันงดงามของ เลแวนเต Levante ซึ่งถือว่าเป็นเอสยูวีรุ่นแรกภายใต้แบรนด์มาเซอร์ราติที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ เป็นรถรุ่นใหม่ที่มีความสมบูรณ์แบบ โดยแยกประเภทออกมาจากรถเก๋งซาลูนและบรรดารถสปอร์ต แต่ยังคงนำเสนอควบคู่ไปด้วยกันกับรุ่น ควอทโตรปอร์เต (Quattroporte), กิบลี (Ghibli), กรัน ทัวริสโม (GranTurismo) และ กรัน คาร์บริโอ (GranCabrio)

Maserati Levante_2

การออกแบบของ เลแวนเต ยังคงเต็มไปด้วยมนต์ขลังอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นมาช้านานของมาเซอร์ราติ ที่มีบุคลิกในสไตล์อิตาเลียน ด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้ความรู้สึกถึงความก้าวร้าว ไฟหน้าทรงเรียวงามถูกแยกออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน โดยส่วนบนของโคมไฟใหญ่จะเชื่อมโยงเข้ากับกระจังขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า ด้านข้างยังคงเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายชัดเจน ซึ่งเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของมาเซอร์ราติหลากหลายรุ่น มีแนวช่องอากาศแบบ 3 แถบติดตั้งอยู่บริเวณบังโคลนด้านหน้า มีโลโก้ SAETTA อยู่บริเวณเสาซี ประตูขนาดใหญ่แบบไม่มีกรอบหน้าต่าง ประตูด้านหลังจะมีขนาดที่เรียวเล็กลง จุดเด่นดังที่กล่าวมาทั้งหมดจะแสดงถึงความเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง

Maserati Levante_4

เทคนิคระดับสูงที่ติดตั้งอยู่ในรถรุ่นนี้ ได้แก่ แชสซีส์ของเลแวนเต ออกแบบเพื่อรองรับการใช้สมรรถนะอย่างเต็มที่บนท้องถนนเช่นเดียวกับมาเซอร์ราติทุกรุ่นที่มีการควบคุมบังคับอันเหนือชั้นกว่าบรรดาคู่แข่ง แม้ว่าจะวิ่งบนพื้นผิวถนนที่ลื่นก็ตาม รวมไปถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมบนเส้นทางแบบ ออฟ-โรด

Maserati Levante_1

เอสยูวี รุ่นใหม่จากมาเซอร์ราติได้มีการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ในระดับสูงมาบรรจุไว้เป็นมาตรฐานของรถรุ่นนี้ ระบบรองรับควบคุมการทำงานของโช๊คอัพด้วยไฟฟ้า มาพร้อมแอร์สปริงที่สามารถปรับได้หลายระดับ Q4 คือระบบ ออล-วีล-ไดรว์ All-wheel drive อันชาญฉลาด มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ได้รับการปรับเซทมาเป็นพิเศษสำหรับเอสยูวีรุ่นนี้โดยเฉพาะ

Maserati Levante_3

ในเรื่องของขุมกำลัง เลแวนเต มีให้เลือกใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ที่ผ่านมาตรฐานการควบคุมในระดับ EURO 6 มาเซอร์ราติเลแวนเตทำการผลิตที่โรงงานมิราฟิโอริ (Mirafiori) ในเมืองตูริน (Turin) สำหรับรถคันแรกได้ผ่านสายการผลิตออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนที่จะเปิดตัวในแถบยุโรปช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนในประเทศอื่นๆจะทำการเปิดตัวให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้