Chevrolet FNR-X เผยโฉมครั้งแรกในโลก ที่งานออโต้ เซี่ยงไฮ้ 2017

Home / Uncategorized / Chevrolet FNR-X เผยโฉมครั้งแรกในโลก ที่งานออโต้ เซี่ยงไฮ้ 2017

Chevrolet FNR-X ที่ย่อมาจาก Find New Roads ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีร่วมลงทุนแพนเอเชียของจีเอ็ม (GM’s Pan Asia Technical Automotive Center – P รถยนต์ต้นแบบสปอร์ตอเนกประสงค์ เผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลกที่งานออโต้ เซี่ยงไฮ้ 2017 โดยก่อนหน้านี้ Chevrolet ได้จัดแสดงรถต้นแบบ Chevrolet FNR หรือATAC) ที่งานออโต้ เซี่ยงไฮ้ 2015

Chevrolet FNR-X เป็นหนึ่งในรถต้นแบบที่มีแนวคิดก้าวล้ำที่สุดของเรา นับเป็นตัวอย่างดีที่สุดที่สะท้อนความหลงใหลในแบรนด์ของเราต่อนวัตกรรมและการสร้างสรรค์” อเลน บาร์เต้ รองกรรมการผู้จัดการ จีเอ็มและประธาน จีเอ็ม อเมริกาเหนือ และ Chevrolet ทั่วโลก กล่าว “FNR-X แสดงออกถึงความเชื่อในแก่นแท้ของ Chevrolet ว่าทุกสิ่งเป็นไปได้”

รูปโฉมสไตล์อนาคตล้ำสมัยใน FNR-X ดึงเอาแรงบันดาลใจและต้นแบบจากประวัติศาสตร์อันยาวนับศตวรรษของแบรนด์ รวมกับสมรรถนะและความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ความหลายหลากในการใช้งาน FNR-X ยังคงรักษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chevrolet ที่ทรงพลัง น่าหลงใหล ผ่านเส้นสายบนตัวรถที่ดูบึกบึนชัดเจน ไฟหน้าและไฟท้ายแบบไดนามิคดิจิตอลแอลอีดี (Dynamic Digital LED) ที่มาในแบบคู่ ซึ่งเป็นดีไซน์ไฟอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมลวดลายเส้นสายบนตัวรถที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานไม้โบราณของจีน มอบความรู้สึกล้ำสมัย ผสมกลิ่นอายเชิงศิลปะ เสริมด้วยจิตวิญญาณแห่งช่างฝีมือ ประตูท้ายแบบโยกเปิดไปด้านหลัง (Hinged Doors) ที่สามารถควบคุมเปิดปิดผ่านรีโมต ง่ายต่อการเข้าออก

FNR-X  เป็นรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่สามารถสับเปลี่ยนระบบส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 2 โหมดได้แก่ โหมดอเนกประสงค์ (V – Versatility) และโหมดสปอร์ต (S – Sport) นอกจากนี้ FNR-X สามารถปรับแต่งช่วงล่างและระบบควบคุมการขับขี่ได้ โดยมีช่วงล่างแบบแปรผัน (Adaptive Suspension) ที่ปรับเปลี่ยนตามลักษณะพื้นผิวถนนได้ตามต้องการ

ระบบอัจฉริยะในรถคันนี้รวมถึงระบบการควบคุมแบบแปรผัน (Adaptive Control System) ระบบกระจังหน้าแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active Grille Shutter) และล้อแม็กที่แบบปรับเปลี่ยนอัตโนมัติระหว่างการขับขี่เมื่อขับด้วยความเร็วสูง (Switchable Wheel Blades) เพื่อลดแรงต้านอากาศ โดยยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ยิ่งขึนด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงสเกิร์ตข้างที่ปรับขึน-ลงตามโหมดขับขี่ที่เปลี่ยนไป

การออกแบบภายในของ FNR-X สร้างสรรค์และล้ำยุคเหนือจินตนาการ สอดคล้องกับการออกแบบภายนอก ไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Ambient Lighting) ที่เปลี่ยนสีตามโหมดการขับขี่ ทำให้ห้องโดยสารมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังประกอบด้วยวัสดุผ้าไฮเทค โดยทั้งหมดออกแบบภายใต้คอนเซปต์รูปทรงหกเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างผลึกของคาร์บอนกราฟีน (Graphene Crystal Structure) บ่งบอกถึงการเริ่มต้นยุคใหม่ของพลังงานใหม่

พวงมาลัยและแผงหน้าปัดมีการออกแบบแนวสปอร์ต เบาะที่นั่งติดต่ออยู่บนรางอเนกประสงค์ และยังประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆที่ถูกติดตั้งไว้ ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เก็บของได้ตามใจ นอกจากนี้ ที่นั่งแถวสองสามารถพับเก็บได้ เพิ่มพื้นที่บรรจุสัมภาระได้สูงสุด

FNR-X ยังสนับสนุนระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับแต่ละบุคคล  โดยรวมระบบจอแบบโอเล็ต (Organic Light Emitting Diode – OLED) ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Intelligent speech Interaction System) และระบบระบุตัวผู้ใช้งาน (ID-customizable Information System) เข้าไว้ด้วยกัน

ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะบนทุกพื้นผิว (Advanced Driver Assist System – ADAS) ที่ติดตั้งเพิ่มเติมจากเซ็นเซอร์รจดจำภาพและเสียง (Optical and Acoustic Recognition Sensors) ที่มีอยู่ทั่วทั้งคัน FNR-X ยังมีระบบไร้คนขับที่เลือกเส้นทางการขับที่ดีที่สุด โดยคำนวณจากสภาพความซับซ้อนของสภาพถนน นอกจากนี้ จอแสดงข้อมูลเสมือนจริงแบบพาโนรามาบนกระจกหน้ารถ (Panoramic Intelligent Augmented Reality Head-up Display)  แสดงภาพมุมกว้างแบบ 270 องศาด้านหน้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดแก่ผู้ขับขี่อีกด้วย